บทเรียนที่ 14 – Remote ID: ระบบระบุตัวตนโดรนและอนาคตของ UTM ในไทย
บทเรียนที่ 14: Remote ID และ UTM
Remote ID เป็นเทคโนโลยีที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานบังคับทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และกำลังพัฒนาในไทย
1. Remote ID คืออะไร
Remote ID คือระบบที่โดรนส่งข้อมูลตำแหน่ง ความเร็ว และข้อมูลผู้บังคับแบบ Broadcast แบบ Real-time ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนรับรู้ได้
- ทำงานคล้าย ADS-B ของเครื่องบิน แต่สำหรับโดรน
- ส่งข้อมูลทาง WiFi Beacon (802.11) หรือ Bluetooth 5.0
- ระยะรับสัญญาณ: ประมาณ 300–1,000 เมตร
2. ข้อมูลที่ Remote ID ส่ง
- Serial Number / ID ของโดรน
- พิกัด GPS ของโดรน (Latitude, Longitude, Altitude)
- ความเร็วและทิศทาง
- พิกัดของ Operator (ผู้บังคับ)
- Timestamp
3. สถานะในแต่ละประเทศ
สหรัฐอเมริกา (FAA)
บังคับใช้แล้วตั้งแต่ มีนาคม 2567 โดรนทุกลำที่ลงทะเบียนต้องมี Standard Remote ID Built-in หรือติดตั้ง Module ภายนอก
สหภาพยุโรป (EASA)
บังคับสำหรับ UAS Class C1 ขึ้นไป (> 250g) Direct Remote ID ต้องส่งแบบ WiFi/BT Broadcast
ญี่ปุ่น (JCAB)
บังคับตั้งแต่ มิถุนายน 2565 โดรนที่ลงทะเบียนทุกลำต้องมี Remote ID
ประเทศไทย (กพท.)
อยู่ระหว่างพัฒนา ร่างกฎระเบียบ Remote ID และ UTM คาดว่าจะบังคับใช้ภายในปี 2568–2569
4. UTM (Unmanned Traffic Management)
UTM คือระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับโดรน คล้ายกับ Air Traffic Control ของเครื่องบิน แต่เป็นดิจิทัลและอัตโนมัติ
- นักบินจอง "Corridor" การบินล่วงหน้า
- ระบบตรวจสอบ Conflict อัตโนมัติ
- Integration กับ ATC สำหรับน่านฟ้าที่ใช้ร่วม
- ผู้ให้บริการ UTM: Altitude Angel, AirMap, Unifly
5. การเตรียมพร้อมสำหรับนักบินไทย
- DJI โดรนรุ่นใหม่ (Mini 4 Pro, Mavic 3 Pro) มี Remote ID Built-in แล้ว
- ศึกษาระบบ CAAT DroneZone ซึ่งจะพัฒนาเป็น UTM Platform
- ติดตามประกาศ กพท. เกี่ยวกับ Remote ID Timeline สำหรับประเทศไทย
#ถ่ายภาพ#เกษตร#FreeStyle#กฎหมาย